ข้อดีและข้อเสียของปากกาแต่ละชนิด

ปัจจุบันมีปากกาให้เราเลือกใช้อย่างมากมายหลากหลายยี่ห้อ สิ่งที่จะช่วยให้เราเลือกใช้ปากกาได้ง่ายขึ้นได้แก่ ชนิดของปากกานั่นเอง โดยแต่ละชนิดก็จะประกอบไปด้วยข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำข้อดีและข้อเสียของปากกาแต่ละชนิดว่าดีหรือไม่ดีอย่างไรบ้างเพื่อเป็นแนงทางในการตัดสินใจให้กับผู้ที่กำลังมองหาปากกาคู่ใจ

ปากกาหมึกซึม ถือว่าเป็นปากกาชนิดแรกของโลกที่มีได้มีการคิดค้นขึ้นเพื่อให้น้ำหมึกสามารถไหลลงมาสู่ปลายปากกาแทนการใช้จุ่มหมึกแบบสมัยโบราณนั่นเอง ขนาดของปลายปากกาหมึกซึมจะมีตั้งแต่ 0.5, 0.7, 1.0 และ 1.2 ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ว่าต้องการให้เส้นหมึกที่ออกมานั้นมีความหนาบางเท่าใด ไส้หมึกสามารถเติมได้ ข้อดีของปากกาชนิดนี้คือจะไม่มีปัญหาของลูกลื่นอย่างแน่นอน น้ำหมึกจะไหลอย่างสม่ำเสมอ ข้อเสียคือ น้ำหมึกที่ออกมานั้นจะไม่แห้งโดยทันทีโดยทั่วไปแล้วจะมีราคาที่ค่อนข้างแพงสักเล็กน้อยจึงเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการเซ็นต์ชื่อลงบนเอกสารสำคัญหรือใช้พกติดตัวเพื่ออกงานสังคมต่างๆ

ปากกาลูกลื่น ถือว่าเป็นปากกายอดฮิตของคนทั้งโลกเพราะด้วยการออกแบบให้ปลายปากกาทีลูกลื่นกลมๆเพื่อทำหน้าที่ในการส่งน้ำหมึกไปบนกระดาษและแห้งติดทนนาน ขนาดของปลายปากกามีให้เลือกอยู่ที่ 0.7 และ 1.0 โดยข้อดีของปากกาชนิดนี้คือมีให้เลือกตั้งแต่ราคาถูกจนถึงราคาสูง มีความคงทน น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ทุกงานเขียนไม่ว่าจะเขียนงานจำนวนเยอะๆหรือเซ็นต์ชื่อก็ไม่ได้น่าเกลียดแต่อย่างใด ข้อเสียของมันก็คือหมึกที่ได้จะเป็นน้ำหนักเดียวไม่สามารถกำหนดความหนักเบาได้ดีนัก หากลูกลื่นเสียหรือน้ำหมึกหมดจะไม่สามารถทำการซ่อมแซมหรือเติมเข้าไปใหม่ได้

ปากกาโรลเลอร์บอล ถือว่าเป็นปากกาชนิดใหม่ที่มีการผสมผสานปากกาทั้งสองอย่างไว้ด้วยกัน เนื้อหมึกภายในจะมีลักษณะคล้ายกับเจลลื่นๆ ฉะนั้นข้อดีข้อแรกขอมันคือจะให้การเขียนที่ลื่น คล่อง เส้นเล็ก สวย เป็นอย่างมาก แต่ข้อเสียของมันนั้นกลับเป็นตัวหมึกน้ำของมันนั่นเอง เนื่องจากปากกาชนิดนี้จะใช้น้ำหมึกมากกว่าปากกาชนิดอื่นๆเป็นอย่างมากคุณจึงจำเป็นที่จะต้องซื้อใหม่บ่อยครั้งและมีให้เลือกขนาดของปลายปากกาอยู่ที่ขนาดเดียวคือ 0.7

ข้อดีและข้อเสียของปากกาแต่ละชนิดไม่ได้มีไว้เพื่อให้เกิดการโต้เถียงหรือโต้แย้งกันว่าปากกาแบบไหน ชนิดไหน ที่เป็นปากกาที่ดีที่สุด แต่เราควรรู้ไว้เพื่อให้สามารถเลือกใช้ปากกาในแต่ละสถานะการณ์ได้อย่างถูกต้อง ป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่องานเขียนของคุณ

ทำอย่างใรให้ใช้ แฟลชไดร์ฟ กับมือถือ และแทบเลตแอนดรอยด์ได้

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะมีคำถามนี้เกิดขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมีหนังเรื่องเด็ดอยู่ในแฟลชไดร์ฟของคุณด้วยแล้วล่ะก็ ความอยากดูและคำถามนี้จะผุดขึ้นมาเชียวล่ะ หรือสำหรับคนที่ต้องการดูหนังฟังเพลงในมือถือ แต่ไม่อยากเปลืองหน่วยความจำมากนัก

เมื่อก่อนหลายคนอาจจะมองว่าเป็นการยากที่เราจะเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน หรือ แทบเลตเข้ากับแฟลชไดร์ฟ เพราะซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์มักจะไม่เข้ากัน แต่ในปัจจุบันมือถือ และแทบเลตรุ่นใหม่ๆได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น และมักจะมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ทำงานร่วมกับแฟลชไดร์ฟได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงกับการ ROOT เครื่องให้เสียหายอีกต่อไป ซึ่งในหัวข้อนี้เราจะมานำเสนอวิธีการเชื่อมต่อแฟลชไดร์ฟ กับมือถือโดยที่ไม่ต้อง ROOT เครื่อง ซึ่งทำได้ ดังนี้

  1. ต่อสาย OTG-USB หรือที่หลายคนมักจะเรียกกันว่าสายดาต้านั่นเอง ซึ่งในปัจจุบัน มีมือถือหลายค่ายทีเดียวที่มักจะแถมสายนี้มากับตัวเครื่อง หรือหากไม่มีจริงๆ คุณสามารถหาซื้อได้ตาม ร้านขายอุปกรณ์มือถือชั้นนำได้ สาย OTG จะทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่า แฟลชไดร์ฟ กับโทรศัพท์ ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลทำได้ง่ายมากขึ้น นอกจากจะใช้เป็นตัวช่วยสำหรับการต่อแฟลชไดร์ฟ กับมือถือแล้ว สาย OTG ยังมีประโยชน์สำหรับคนที่ชอบเล่นเกม หรือทำงานโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์อีกด้วย เพราะสามารถใช้เชื่อมคียบอร์ด หรือเม้าท์ กับโทรศัพท์ หรือแทบเลตก็ได้
  2. อย่าลืมตรวจสอบระบบไฟล์ โดยปกติแล้ว แฟลชไดร์ฟ ที่จะนำมาเชื่อมต่อกับมือถือ ควรจะมีรูปแบบการจัดเก็บไฟล์เป็น FAT32 หรือหากเป็นมือถือรุ่นใหม่ๆหน่อย อาจจะถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับระบบการจัดเก็บไฟล์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น exFAT ซึ่งหากไม่มีรูปแบบการจัดเก็บไฟล์ดังกล่าว ก็อาจจะทำให้มือถือไม่สามารถอ่านข้อมูลจาก แฟลชไดร์ฟ ได้
  3. สำหรับอุปกรณ์มือถือส่วนใหญ่ คุณไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์ของโทรศัพท์ หรือแทบเลตโดยการ ROOT แต่อย่างใด เพราะเมื่อทำการเชื่อมต่อผ่านสาย OTG แล้ว มักจะขึ้นการแจ้งเตือนที่หน้าจอทันทีว่า มีไดร์ฟที่เสียบเข้ามาใหม่ ในรูปแบบของสื่อ และการดถ่ายโอนข้อมูล ซึ่งคุณสามารถทำการอ่าน และลบแก้ไขข้อมูลในแฟลชไดร์ฟ ได้ทันที ผ่านมือถือ แต่หากเป็นมือถือรุ่นเก่าๆ อาจจะต้องทำการ ROOT เพื่ออัพเดทระบบปฏิบัติการให้สามารถรองรับการใช้งานกับ แฟลชไดร์ฟ ได้

เพียงแค่นี้คุณก็สามารถแก้ไขงาน หรือสนุกไปกับการดูหนังฟังเพลง แบบง่ายๆ และไม่เสียอินเตอร์เน็ต ด้วยการเชื่อมต่อระหว่างมือถือ และแฟลชไดร์ฟ แบบง่ายๆเท่านั้นเอง

ปากกาเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการเขียน เราก็ต้องนึกถึง ดินสอ ปากกา ซึ่งปากกาก็คือหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญในการเขียนเอกสาร โดยจะใช้หมึกในการเขียนลงไปบนพื้นผิวเรียบๆ เช่นกระดาษ ผ้า หรือ วัสดุอื่นๆที่สามารถใช้เขียนได้และ นอกจากตัวอักษรที่มนุษย์เป็นผู้สร้างและคิดค้นแล้วอุปกรณ์ ในการเขียนก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจต่อการศึกษาค้นคว้าถึงประวัติความเป็นมาด้วยเช่นกัน

มนุษย์เรานั้นมีการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการขีดเขียนผ่านมาแล้วเป็นเวลาหลายพันปี   โดยเริ่มจาการใช้เพียงแค่นิ้วจุ่มดินหรือหินสี ที่บดเป็นผงผสมกับยางไม้ หรือจะเป็นกาวจากหนังสัตว์ก็ตาม ขีดเขียนบนผนังถ้ำหรือเพิงผามาก่อนซึ่งต่อมาก็พัฒนาเป็น ดิน หิน มาฝนมาปั้นทำให้เป็นแท่ง บ้างก็ใช้ยิปซัมผสมน้ำทำให้เป็นแท่ง

มีการตรวจพบว่าชาวกรีกโบราณนั้น ได้ทำการประดิษฐ์ปากกาขึ้นจากต้นกกไส้กลวง โดยปาดให้มีปากหลายแบบหลายขนาด ซึ่งปากกานี้มีความพิเศษตรงที่ไม่มีหมึก แต่สามารถเขียนให้ขึ้นตัวอักษณะได้โดยการใช้ตัวช่วยอย่าง ผิวไม้ที่เคลือบขี้ผึ้งไว้หากเขียนลงไปก็จะทำให้เกิดรอยเป็นตัวอักษรขึ้นบนผิวขี้ผึ้ง ต่อมาก็เริ่มนำขนนก,ขนห่านมาขีดเขียนที่มีอีกชื่อว่า“ปากไก่” เพราะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เขียนได้คมชัด และ เขียนติดต่อกันได้ลื่นไหลกว่านั่นเอง

ในศตวรรษที่ 15 มนุษย์เริ่มใช้ปากกาแบบโลหะ และ มีรอยผ่าตรงกลางปาก ทำให้เขียนได้นานโดยไม่ต้องจุ่มหมึกทุกครั้งที่เขียน แต่ก็ไม่มีผู้ใดในตอนนั้นจะสามารถประดิษฐ์ปากกาที่มีหมึกในตัวเองได้เรียกมันว่า ปากกาคอแร้ง

ค.ศ.1884 Lewis Edson Waterman ณ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการผลิตปากกาที่มีหมึกในตัวเป็นแท่งแรก โดยเรียกมันว่า ปากกาหมึกซึม จึงถือได้ว่าบุคคลที่ชื่อWaterman จึงถูกยกย่องเป็นบิดาแห่งการประดิษฐ์ปากกาหมึกซึม

และต่อมาในปี ค.ศ.1900 ปากกาหมึกซึมถูกแทนที่ด้วย หรือ ปากกาลูกกลิ้งที่มีหัวกลมๆ เล็กๆ อยู่ที่ปลายปากกาเพื่อเป็นตัวกั้นให้หมึกไหลลงมาช้าๆในเวลาเขียนนั่นเอง ผลิตโดยชาวอเมริกาชื่อ จอห์น เอช. ลาวด์

ปลายปี ค.ศ.1930 นักหนังสือพิมพ์และศิลปินชาวฮังกาเรียน ชื่อ ไบโร ได้ค้นพบการทำหมึกแห้ง เพื่อใช้พิมพ์หนังสือ จึงคิดค้นหาวิธีนำหมึกชนิดนี้มาบรรจุลงในปากกาด้วยการที่ให้หมึกจะไม่ไหลและหยดออกมาจนเปื้อนกระดาษเหมือนแต่ก่อน

สรุปเลยว่า ปากกาที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นมีหลากหลาย ทั้ง ปากกาคอแร้ง , ปากกาลูกลื่น , ปากกาหมึกซึม , ปากกาเมจิก , ปากกาเน้นข้อความ , ปากกาก้านขนนก , ปากกาจุ่มหมึก และ ปากกาชนิดอื่นๆ ที่บางท่านก็อาจจะยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน ซึ่ง ท่านเองหากสนใจสามารถเสริชหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เช่นกัน

 

น้ำหมึกปากกาทำให้ผิวหนังเกิดอันตรายจริงหรือไม่?

ลูกน้อยวัยกำลังซน คุณพ่อคุณแม่จะต้องระวังเป็นพิเศษในหลายๆเรื่อง เพราะเพียงแค่คุณหันหลังไปไม่เท่าไหร่ก็ต้องพบว่าลูกเนื้อตัวเปื้อนด้วยสี , เปื้อนด้วยรอยปากกา ซึ่งเป็นที่กังวลและเป็นข้อห้ามไม่ให้ลูกแตะสารเคมีที่คุณเชื่อว่าเป็นอันตรายมาตลอดเป็นอันขาด และความเชื่อที่ว่าหมึกปากกาอันตรายต่อผิวลูกค้านั้นไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่าจริงหรือไม่ วันนี้เลยจะมาไขข้อสงสัยกัน

ซึ่งจริงๆแล้ว หมึกปากกาที่เราขีดเขียนกันอยู่ทุกวันนั้น ไม่ได้เป็นอันตรายกับผิวหนังของเราแต่อย่างใดเลย เพราะกระบวนการผลิตปากกาในปัจจุบันนี้นั้นได้รับการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก ด้วยการควบคุมปริมาณสารเคมีทีเป็นอันตรายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งก็หมายความว่าหมึกปากกาก็จะต้องมีสารเคมีเจือปนอยู่ นั่นก็คือสาร Xylene ที่จะมีอยู่ในปากกาโดยถาวร แต่มีอยู่ในปริมาณที่น้อยมากๆ หากเราจะได้รับการระคายเคืองหรือเป็นอันตรายต่อเมื่อเราต้องลงไปแช่อยู่ในน้ำหมึกนี้เป็นตันๆเลยฉะนั้นแล้ว ผู้ปกครองควรจะลดความกังวลในส่วนนี้ได้บ้างนะคะ

ถึงแม้ว่าหมึกปากกาจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง แต่ผู้ปกครองก็ไม่ควรให้เด็ๆขีดเขียนด้วยหมึกจะดีกว่า เพราะปัญหาที่ตามมาคือ การขจัดคราบหมึกตามร่างกาย เสื้อผ้า ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ถ้าหากว่าต้องการจะลบหมึกปากกาออกจากผิวหนังนั้น จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลและทำความสะอาดผิวกายทั่วไป เช่น สบู่ ครีม เจลทำความสะอาด หรือ น้ำยาล้างเครื่องสำอางอ่อนโยน ในการช่วยลบออกอย่างถาวร หากเป็นผู้ใหญ่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ อย่าง น้ำยาล้างเล็บ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นเด็กน้อยก็ควรจะหาพวก น้ำมันมะพร้าว เนย ที่มีความมันผสมอยู่นั่นเองจะปลอดภัยกว่า ข้อควรระวังในการกำจัดคราบคือ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะขัดถูแรงๆเพื่อให้หมึกปากกาออกจากผิวหนังเร็วๆ เพราะจะทำให้ผิวของเราเกิดการระคายเคืองได้

การที่หมึกปากกาเปรอะบนร่างกายอาจจะไม่ได้ส่งผลให้ผิวหนังเกิดอันตรายก็จริง แต่ผู้ปกครองก็ควรกังวลสิ่งๆหนึ่งด้วย ก็คือ การที่หมึกปากกาเข้าสู่ร่างกายด้วยการรับประทานเข้าไป เพราะเมื่อสารเคมีเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายก็จะส่งผลให้กลายเป็นพิษ อาการที่พบได้นั้น ก็คือ อาการคัน และระคายเคืองที่ดวงตา ผิวหนัง เราเลยอยากจะแนะจำให้ผู้ปกครองเก็บผลิตภัณฑ์เหล่านั้น วางให้ไกลจากมือเด็กให้มากที่สุด หากผู้ปกครองพบว่าเด็กได้กลืนหมึกปากกาในขวดหรือกระปุกที่มากกว่า 1 ออนซ์ ให้รีบนำส่ง โรงพยาบาลในทันที แต่ไม่ต้องให้เด็กอาเจียนออกมา เพราะถึงมือแพทย์ก็จะทำการล้างท้องมากกว่าให้อ้วกแล้วสารเคมีย้อนขึ้นมาไปตามร่างกายในส่วนอื่นๆนั่นเอง

ปากกาและเหตุผลว่าทำไมต้องใช้ปากกา

ปากกาและเหตุผลว่าทำไมต้องใช้ปากกา

เครื่องเขียนที่ทุกคนไม่ว่าวัยไหนต้องมีนั่นคือ ปากกา เพราะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของคุณง่ายเป็นปลิดทิ้ง เพราะคุณสามารถเขียนหรือจดสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็วทันใจและยังไม่ลบง่ายเหมือนดินสออีกด้วย  แต่จริงๆแล้วทำไมเราต้องมีปากกาไว้จดสิ่งต่างๆด้วยล่ะ ใช้อย่างอื่นจดแทนได้ไหม ให้ผลเหมือนกันหรือเปล่าหรือมีความสำคัญอย่างไรในชีวิตของเราบ้างค่ะ เพื่อเราจะได้รู้ว่าทำไมเราต้องมีปากกาไว้ใช้ค่ะ

โดยเหตุผลหลักๆที่เราต้องมีปากกาไว้ใช้นั่นคือ การจดบันทึกในเรื่องเรียนหรือการทำงาน เพราะการบันทึกนั้นจะช่วยให้เราสามารถทบทวนความรู้และความจำได้ ช่วยให้เราเข้าใจในเรื่องเรียนและเกิดความผิดพลาดในการทำงานน้อยลง  และการใช้ปากกานั้นยังติดทนนานกว่าการใช้ดินสอ  การใช้ดินสอเมื่อผ่านเวลาไปนานอาจเลือนรางจนมองไม่เห็น นำไปทำสำเนาเอกสารก็ยากด้วย เพราะความจางของเส้นจากดินสอนั่นเองและที่สำคัญยังลบได้ง่ายกว่าปากกามาก  บางคนนั้นพกปากกามากกว่าหนึ่งด้ามเพราะต้องการการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น ใช้ปากกาดำในการเซ็นชื่อหรือเอกสารต่างๆเพราะดูเป็นทางการและทำให้เอกสารนั้นมีความสำคัญ  ใช้ปากกาสีแดงในการขีดเส้นหรือวงกลมในรายละเอียดที่สำคัญ เช่น วันที่ เวลาต่างๆหรือสาระสำคัญที่ต้องการ เพื่อให้เกิดจุดเด่นทำให้เราไม่พลาดทั้งงานและการเรียนต่างๆค่ะ เป็นต้น  และบางคนก็พกปากกาไว้เพื่อแสดงถึงความภูมิฐาน เช่น ปากกาที่มียี่ห้อ ราคาแพงๆก็จะได้รับการออกแบบให้ตัวด้ามนั้นมีความสวยงามคลาสิคบ่งบอกถึงรสนิยมของผู้ใช้  ช่วยให้คุณนั้นดูภูมิฐานมากขึ้นได้ด้วยปากกาเพียงด้ามเดียว  แต่สำหรับบางคนการพกปากกาหลายด้ามก็เป็นข้อดีเหมือนกัน เพราะบางครั้งรีบหรือมีใครยืมไปแล้วจำไม่ได้  ทำให้บ่อยครั้งไม่มีใช้ หรือจู่ๆปากกาที่ใช้นั้นไม่ติดขึ้นมาก็จะได้มีปากกาไว้ใช้นั่นเองและการพกปกกานั้นเวลาที่เราคิดหรือนึกสิ่งใดได้ก็ทำให้จดบันทึกได้ทันทีเพื่อเตือนความจำหรือนำไปต่อยอดในการเรียนและการทำงานต่อไป

นี่คือเหตุผลว่าทำไมใครๆต้องมีปากกา เพราะว่าปากกานั้นช่วยสื่อสารความเป็นตัวตนของคุณได้และยังช่วยบันทึกความทรงจำชองคุณและความรู้ได้ เขียนเรื่องราวบันทึกประสบการณ์ที่ผ่านมาของคุณได้ ทำให้คุณเรียนรู้ว่า ที่ผ่านมานั้นชีวิตของคุณเป็นเช่นไรบ้าง จะได้นำมาปรับปรุงตัวต่อไปเพราะฉะนั้นปากกาจึงกลายเป็นของใช้ประจำตัวที่ทุกคนต้องมีกันค่ะ

 

สิ่งที่ต้องทำเพื่อให้แฟลชไดร์ฟ ของคุณใช้ได้นานกว่าเคย

แฟลชไดร์ฟ หรือที่หลายคนอาจจะเรียกต่างๆกันไป อย่างเช่น แฮนดี้ไดร์ฟ ทรัมป์ไดร์ฟ เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำหรับเก็บข้อมูลที่มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับหลายๆคน เพราะนอกจากจะเก็บข้อมูลสำคัญในการทำงาน เช่นรูปภาพ เอกสาร และไฟล์เสียง

และแน่นอนว่าด้วยขนาดที่เล็กเก็บง่าย และดีไซน์ที่หลากหลายทำให้แฟลชไดร์ฟ เป็นที่นิยมของคนทุกวัย ในการนำมาเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลประจำตัว แต่เราจะพบว่า คนส่วนใหญ่มักจะใช้แฟลชไดร์ฟได้ไม่ค่อยครบตามอายุการใช้งานสักเท่าไหร่นัก เพราะมองว่าแฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์ที่ราคาไม่แพง จึงไม่ได้ใส่ใจในการที่จะดูแลรักษาสักเท่าไหร่นัก ซึ่งอันที่จริงแล้ว การดูแลรักษาให้แฟลชไดร์ฟอยู่กับเรานานๆนั้นไม่ยากเลยเพียงแค่ทำตามวิธีการ ดังต่อไปนี้

ไม่นำแฟลชไดร์ฟไปใช้กับคอมพิวเตอร์ที่มีไวรัส เพราะไวรัสเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่จะทำให้แฟลชไดร์ฟของเรามีอายุสั้นลง และอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับข้อมูลที่เก็บบันทึกอยู่ภายในด้วย การพยายามใช้แฟลชไดร์ฟเฉพาะกับคอมพิวเตอร์ที่ไว้ใจได้เป็นอีกหนึ่ง การป้องกันความเสียหายที่อาจจจะเกิดขึ้นมาได้อย่างดี

หมั่นแสกนไวรัสอยู่เสมอ ทุกครั้งหลังจากนำเอาแฟลชไดร์ฟของคุณไปเสียบกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นที่ไม่ใช่ของตนเอง เพราะในบางครั้งเราจะพบว่า ต่อให้ทำการป้องกันดีแค่ไหนก็ตาม ไวรัสมักจะติดมากับแฟลชไดร์ฟได้บ่อยๆโดยที่เราไม่รู้ตัว การแสกน และตั้งค่าป้องกันการ Auto Run จะช่วยป้องกัน และตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้อย่างรัดกุมมากกว่าเดิม ฃ

อย่าลืมตัดการเชื่อมต่อด้วยการใช้ E-ject หรือปิดการทำงานของทุกโปรแกรมที่ต้องทำงานร่วมกันระหว่างคอมพิวเตอร์กับแฟลชไดร์ฟก่อนเสมอ เนื่องจากการดึงแฟลชไดร์ฟออกจากคอมพิวเตอร์ทั้งที่ยังไม่ปิดการทำการ หรือตัดการเชื่อมต่อของข้อมูล มักจะก่อให้เกิดความเสียหายกับวงจรภายใน และระบบการจัดเก็บข้อมูลของแฟลชไดร์ฟ ซึ่งนอกจากอาจจะทำให้งานของคุณเกิดความเสียหายแล้ว ยังเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้แฟลชไดร์ฟ เสียได้ง่ายขึ้นด้วย

เก็บแฟลชไดร์ฟ ให้ห่างจากความร้อน และความชื้น เพราะความร้อนและความชื้น มักจะเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ภายในเกิดความเสียหายได้

เพียงแค่การดูแลเล็กๆน้อย เหล่านี้นอกจากจะช่วยรักษาแฟลชไดร์ฟของคุณให้ใช้งานได้อย่างยาวนานมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยให้ข้อมูลที่อยู่ภายในได้รับความเสียหายน้อยลงอีกด้วย และอย่างไรก็ตาม เพื่อให้งานของคุณลื่นไหลมากขึ้น ควรแบ่งเก็บข้อมูลไว้ที่อื่นด้วย เช่นหาแฟลชไดร์ฟสำรองกันงานเสีย หรือส่งงานไว้ในระบบอินเตอร์เน็ต จะเป็นการช่วยให้การทำงานของคุณไม่สะดุด และแฟลชไดร์ฟ์ เองก็จะมีพื้นที่ในการเก็บผลงานของคุณได้เรื่อยๆอีกด้วย

รู้ไหมว่าหน้าที่ของ Flash Drive มีอะไรบ้าง?

มีใครพอจะรู้บ้างว่า จริงๆแล้วที่หลักของ Flash Drive มีอะไรบ้าง?เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆที่เราใช้เก็บข้อมูล ไฟล์งานต่างๆที่จำเป็นที่จะต้องใช้และเก็บไว้  ซึ่งมีขนาดเล็กพกกาสะดวก ที่เราเรียกกันติดปาก คุ้นหูมาก นั่นก็คือ Flash Drive โดยปกติทั่วไปที่เราทำงานและต้องการเก็บเนื้อหา สาระ ข้อมูลต่างๆ สำหรับการทำงาน ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหน และเมื่อต้องการใช้ข้อมูลต่างๆ ก็สามารถเปิดดูได้เลยทันที  จากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ  อย่างที่คุณทราบกันดีว่าเจ้าอุปกรณ์ชิ้นเล็กนี้ มักเป็นอุปกรณ์ที่ไว้ใช้สำรองในการเก็บข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของเรา แต่รู้ไหมว่าหน้าที่ของ  Flash Drive มีอะไรบ้าง?สามารถทำประโยชน์ได้มากกว่าที่คุณคิด รายละเอียดดังนี้

-ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บข้อมูล อุปกรณ์ช่วยจำ สำรองข้อมูลได้ทีมาก โดยเฉพาะไฟล์งานที่สำคัญและจำเป็นต่อการการทำงานของเรา มีประยชน์ที่หลากหลาย  ทั้งงาน รูปภาพ เพลง และอื่นๆอีกมากมายที่คุณต้องการเก็บข้อมูลนั้นไว้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณก็สามารถนำข้อมูลนั้นกลับมาใช้ได้ โดยทั่วไปแล้ว  ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญยิ่ง และยังเป็นอุปกรณ์ที่คนที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ คนที่ทำงานด้านเอกสารต่างๆ จะต้องมีติดตัวไว้

-นอกจากเป็นอุปกรณ์สำรองข้อมูลแล้ว Flash Drive ยังทำหน้าที่อื่นได้ดีทีเดียว โดยสามารถล็อคและปลดล๊อคคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งจะทำงานร่วมกับโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนโดยการติดตั้งไว้บนFlash Drive ซึ่งวิธีนี้เป็นเคล็ดลับอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณปลดล๊อคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้ รวมไปถึงใช้เป็นตัวติดตั้งโปรแกรมสำคัญๆเพื่อใช้ในงานได้  อีกทั้งยะงสามารถใช้เจ้าอุปกรณ์ขนาดเล็กนี้เล่นแทนได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องเล่นจากแผ่น CD/CVD อย่างเดียว รวมไปถึง ไฟล์งานที่เป็นภาพ ข้อมูล แม้กระทั่ง VDO  คุณสามารถเก็บข้อมูลไว้ใน  Flash Drive ได้ สามารถนำไปปรับใช้ในงานสำคัญๆต่างๆได้ เพียงแค่มีอุปกรณ์ขนาดเล็กนี้ได้  โดยคุณสามารถเปิดไฟล์งานต่างๆ แสดงหน้าจอ LCD/LED TV ได้เช่นกัน

-Flash Drive ถือว่าเป็นสุดยอดของอุปกรณ์ที่สามารถช่วย ตรวจสอบไวรัสได้เป็นอย่างดี โดยการติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบไวรัสนี้ผ่านอุปกรณ์สำคัญชิ้นนี้  Flash Drive เป็นวิธีที่คนที่ใช้คอมพิวเตอร์และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่นิยมใช้ ในการดักจับเจ้าไวรัสตัวร้ายไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือไฟล์งานของเราได้

จะเห็นได้ว่า  หน้าที่ของ  Flash Drive ทำหน้าที่และมีประโยชน์มากกว่าอุปกรณ์สำรองข้อมูล ถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กและก็สามารถเก็บข้อมูล ทำหน้าที่ต่างๆได้หลากหลาย ส่งผลดีต่อการทำงาน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

กลยุทธ์โปรโมทธุรกิจไม่ใช่แค่ลดราคา ของพรีเมี่ยม ก็ช่วยได้

3SmallBiz

การโปรโมทธุรกิจ หลายๆ ครั้งที่การลดราคาดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จ จนมีการมองว่ามันเป็นเกมส์การต่อสู้ หรือบางทีก็เรียกกันว่า “สงครามหั่นราคา !” ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละเจ้าจะออกมาจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าหรือบริการกันเพื่อช่วงชิงกลุ่มลูกค้า ซึ่เงรื่องนี้บอกได้เลยว่าหากไม่มีการวางแผนที่ดีมากๆ และไม่ดีเงินทุนเพียงพอ เป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจขนานใหญ่ ! โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ที่อาจจะไม่สามารถต่อสู้กับรายเดิมที่เป็นเจ้าของตลาดเดิมได้ จนต้องล้มหายออกไปจากธุรกิจนั้นๆ ก็มีให้พบเห็นกันบ่อยๆ การแจก ของพรี่เมี่ยม ให้เกิดความสนใจของธุรกิจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

การลดราคาถือเป็นวิธีทำการตลาดที่ดีก็จริงๆ แต่นั่นก็ต้องเต็มไปด้วยการวางแผนชั้นเชิง และการกำหนดงบประมาณที่เราจะใช้ทุ่มสู้ กับคู่แข่ง ระยะเวลาที่จะใช้ รวมถึงต้องพิจารณาถึงการเข้ามาใช้บริการของลูกค้า อย่าลืมว่าหากเขามาด้วยการลดราคา อาจทำให้ช่วงหลังหมดเวลาลดราคาแล้วลูกค้าน้อยลงไปอย่างกระทันเลยก็เป็นไปได้ และในช่วงลดราคาหากมีความต้องการมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการ เราจะทำอย่างไร โดยเฉพาะงานด้านการบริการ ที่หากว่ากำลังคนที่มีไว้ให้บริการมีไม่เพียงพอต่อจำนวนของผู้มารับบริการและยังต้องคำนึงถึงคุณภาพด้วย  ดังนั้นกลยุทธ์การลดราคาไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

หากถามว่าอะไรคือประสิทธิภาพของการลดราคา เรื่องหนึ่งที่ใช้ได้แน่นอนก็คือ ทำให้เกิดความรู้จัก เพราะการลดราคาเป็นสิ่งที่ทำให้คนเกิดความกล้าที่จะลองซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้ง่ายขึ้น ผลก็คือเป็นที่รู้จักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มันยังมีวิธีทางการตลาดอื่นๆ ที่เราสามารถสร้างการรับรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ต้องลดราคา นั่นก็คือ การ มีของแจก ที่เราบรรจงใส่ไอเดียความเป็นแบรนด์ของเราเข้าไปในนั้น อย่างการแจก ของพรีเมี่ยม ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเราอาจจะตั้งเงื่อนไขการรับด้วยการเล่นเกมส์ผ่านสื่อ ซึ่งเรื่องนี้สามารถทำให้เกิดความรู้จักกับแบรนด์หรือธุรกิจของเราได้เช่นเดียวกันโดยที่เราไม่ต้องลดราคาสินค้า

การแจก ของพรีเมี่ยม ได้ผลในการสร้างการรับรู้ได้เช่นเดียวกับการลดราคา แต่ที่ด้อยกว่าไปบ้างก็คือ กลุ่มเป้าหมายยังไม่ได้กลายเป็นลูกค้า แต่ข้อดีก็คือ มันทำให้เราสามารถทำการตลาดในมุมกว้าง ซึ่งนี่เป็นวัตถุประสงค์หลักหากว่าเราต้องการให้เกิดการรับรู้และรู้จักกับสินค้าในแบรนด์ธุรกิจของเรา และแน่นอนว่ามันจะถูกยอมรับได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมันเป็นของแจกที่กลุ่มเป้าหมายไม่ต้องใช้เวลานานในการตัดสินใจ เพียงแค่มันมีรูปแบบที่น่าสนใจทำให้เกิดความอยากได้ก็เพียงพอแล้ว

 

 

ของพรีเมี่ยมพวกไอที เลือกอะไรดี

ของพรีเมี่ยมกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ ที่หลายคนเอามาเป็นของพรีเมี่ยมลด แลก แจก หรือแถม ก็คือของพรีเมี่ยมเกี่ยวกับสินค้าไอทีเทคโนโลยี เพราะว่าเดี๋ยวนี้เกือบทุกคนก็มีอุปกรณ์ไอทีกันหมดแล้วอย่าง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์สมาร์ทโฟน มาดูกันว่าถ้าจะจัดกิจกรรมเกี่ยวกับของพรีเมี่ยมไอทีจะเอาอะไรดี

 

ของพรีเมี่ยมยอดฮิตแฟลชไดรฟ์

ของพรีเมี่ยมไอทีอย่างแรกที่อยากจะแนะนำเลยก็คือ ที่เก็บข้อมูลแบบพกพาหรือเรียกกันสั้นๆว่า แฟลชไดร์ฟ(ยูเอสบี)ของพรีเมี่ยมตัวนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นของที่จะไม่วางทิ้งแน่นอน เพราะว่าเป็นของที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้ แถมยังสามารถเลือกลวดลายได้ตามใจชอบหรือใส่ข้อมูลสินค้าแถมลงไปในนั้นได้ด้วย

 DVDs

ของพรี่เมี่ยมแผ่นซีดี ดีวีดี

ของพรีเมี่ยมตัวต่อมาก็คือ แผ่นซีดี หรือดีวีดีเปล่า จากข้อแรกการใช้แฟลชไดร์ฟอาจจะมีข้อจำกัดบางอย่างอยู่เช่นเรื่องของไวรัส ดังนั้นหลายคนเลือกใช้การไรท์แผ่นจากแผ่นซีดี หรือดีวีดีเปล่ามากกว่า(กันไวรัส) จึงไม่แปลกที่ซีดีและดีวีดีก็เป็นของพรีเมี่ยมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แถมลายที่ประทับอยู่บนแผ่นก็อยู่ได้นาน

 

ของพรีเมี่ยมแบตสำรองโทรศัพท์

จากเรื่องของคอมพิวเตอร์มาที่เรื่องของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนกันบ้าง ต้องยอมรับเลยว่าโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเป็นของที่เกือบทุกคนต้องมีแล้ว ทำให้สิ่งหนึ่งที่หลายคนต้องใช้คู่กับสมาร์ทโฟนก็คือ แบตสำรองพกพาหรือที่เรียกกันว่าพาวเวอร์แบงค์ ดังนั้นจึงนำของพรีเมี่ยมนี้มาเป็นของสำหรับทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย

 xf

ของพรี่เมี่ยมหูฟัง

ยังอยู่ในเรื่องของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เพราะนอกจากเรื่องของแบตสำรองแล้ว หูฟังก็เป็นอุปกรณ์ไอทีอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนเอาเป็นของพรีเมี่ยมเพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจพอสมควรแต่ว่าอุปกรณ์ไอทีตัวนี้อาจจะต้องดูที่คุณภาพของพรีเมี่ยมนี้ด้วยเพราะว่าถ้าเลือกไม่ดีจะพังง่าย

 

ของพรีเมี่ยมเคสโทรศัพท์

ของพรีเมี่ยมไอทีตัวสุดท้ายของเราเป็นของที่น่าจะเด่นที่สุดเกี่ยวกับพวกโทรศัพท์สมาร์ทโฟนแล้ว นั่นคือ เคสโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ของพรีเมี่ยมตัวนี้ถ้าเลือกลายให้ดี สวย น่ารัก และไม่เน้นที่แบรนด์มากเกินไปรับรองเลยว่าลูกค้าต้องชอบแน่นอน แต่ว่าข้อเสียคือความหลากหลายขนาดของโทรศัพท์

ของพรีเมี่ยมเกี่ยวกับไอทีเหล่านี้ เป็นของทั่วไปที่เชื่อว่าหากเรานำของพรีเมี่ยวกลุ่มนี้ไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแล้วลูกค้าต้องสนใจ และชอบอย่างแน่นอน เพราะว่าใช้ง่าย ใช่บ่อย ใช้ได้จริงแต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือก่อนที่จะเอาของ พรีเมี่ยมกลุ่มนี้มาแจก ต้องทดสอบคุณภาพของและของต้องใช้ได้จริงถ้าของไม่ดีหลุดไปถึงมือลูกค้า รับรองเสียหาย

ขอบคุณบทความจาก : http://xn--22cjab2g6avaicg1jsc6bb8owa6j.com/

 

สินค้าพรีเมี่ยมบางตัวทำไมถึงแป้ก กันหว่า

สินค้าพรีเมี่ยมถึงจะเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ มากกว่าสินค้าธรรมดาทั่วไปในหมวดเดียวกัน แต่ว่าสินค้าพรีเมี่ยมก็เหมือนกับสินค้าทั่วไปที่อาจจะออกมาแล้วแป้ก ก็เป็นได้ เอาล่ะคราวนี้เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าทำไมสินค้าพรีเมี่ยมบางตัวที่เราดูว่ามันก็สวยดี มีคุณภาพ แต่ทำไม๊ ทำไมมันถึงแป้กได้ สาเหตุคืออะไรไปดูกัน

 

เงื่อนไขการได้สินค้าพรีเมี่ยมยากเกินไป

สาเหตุแรกที่ทำให้สินค้าพรีเมี่ยมบางตัวถึงกับแป้กไปนั้น เกิดจากเงื่อนไขหรือวิธีการได้สินค้าพรีเมี่ยมเหล่านั้น “ยาก” เกินไปจนคนทั่วไปรู้สึกว่า “ไม่น่าสนใจ” หรือ “ไม่คุ้มกับความพยายาม” เสียเลย อย่างเช่นการสะสมแต้มหรือสะสมแสตมป์เพื่อไปแลกของพรีเมี่ยมเนี่ย ถ้าตั้งคะแนนแลกมากเกินไปรับรองได้เลยว่าแป้กชัวร์

 

สินค้าพรีเมี่ยมไม่สวยไม่โดนใจ

สาเหตุที่สองก็คือ สินค้าพรีเมี่ยมเหล่านั้นไม่สวยไม่โดนใจคนที่จะแลก อันนี้สำคัญมากเลยเพราะว่ารูปลักษณ์ภายนอกของสินค้าพรีเมี่ยมไม่ว่าจะเป็นลวดลาย สี หรือแม้แต่ตัวมาสคอต ตัวการ์ตูนที่เอามานั้น ไม่สวยหรือทำไม่สวยรับรองได้เลยว่าไม่กระตุ้นต่อมอยากของลูกค้าจนต้องรีบซื้อสินค้าหรือแลกสินค้าพรีเมี่ยม

 

สินค้าพรีเมี่ยมเป็นสิ่งของที่ไม่ได้ใช้

สาเหตุที่สาม สินค้าพรีเมี่ยมนั้นเป็นสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ หรือไกลตัวคนที่จะแลกมากเกินไป อย่างเช่นสินค้าพรีเมี่ยมพวกเครื่องครัวถามว่าถ้าหากเราไม่ได้เป็นคนทำครัวเราจะซื้อสินค้า หรือเก็บสะสมแต้มเพื่อแลกไหม ก็คงไหมเพราะไม่รู้ว่าจะแลกแล้วไปทำอะไรได้เมื่อคนคิดแบบนี้แล้วสุดท้ายสินค้าพรีเมี่ยมนั้นก็กลายตกรุ่นไป

 

สินค้าพรีเมี่ยมใช้ยากเกิ๊น

สาเหตุที่สี่ นั่นคือสินค้าพรีเมี่ยมที่เอามาให้แลกหรือส่งเสริมการขายนั้น ใช้ยากเกิ๊นไปคนเห็นแล้วงงว่า “มันคืออะไร” อย่างเช่น พวกของต้นแบบเกี่ยวกับเทคโนโลยี ถ้าหากว่าออกแบบมาให้ใช้ยากวิธีการใช้ซับซ้อน ถ้าเป็นคนชอบเทคโนโลยีมันก็โอเคดีงาม แต่ว่าถ้าเป็นคนทั่วไปล่ะ บางคนก็อาจสนใจ แต่ส่วนใหญ่มองผ่านนะ

 

สินค้าพรีเมี่ยมคุณภาพไม่เจ๋งจริง

สาเหตุสุดท้ายที่ทำให้ สินค้าพรีเมี่ยมที่ตั้งใจมานั้นแป้กก็คือสินค้าพรีเมี่ยมที่อุตสาห์โฆษณาว่าเจ๋งจริง มีคุณสมบัติดีจริงนั้น เกิดไม่เจ๋งจริงตามที่บอกไว้ ซึ่งอาจจะเกิดจากโรงงานผลิตไม่ดี หรือคนใช้ไม่ได้ศึกษาคู่มือ หรือไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดก็ตามซึ่งต้องบอกเลยว่าถ้าเป็นสินค้าพรีเมี่ยมที่ลูกค้าซื้อล่ะก็ ต้องรีบแก้ไขด่วน

 

เหตุผลเหล่านี้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้สินค้าพรีเมี่ยมที่เตรียมไว้นั้นแป้ก ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งอาจจะมีเหตุผลนอกเหนือจากนี้ก็ได้อย่างเช่น การประชาสัมพันธ์ไม่ดี ลูกค้าไม่ชอบ หรืออีกสารพัดเหตุผล ดังนั้นแนะนำเลยว่าก่อนที่เอาสินค้าพรีเมี่ยมไม่ว่าอะไรก็ตามออกไปถึงมือลูกค้า ต้องทำการทดสอบให้แน่ใจเสียก่อนเพื่อไม่ให้เสียเครดิต

เครดิต: ภาพและบทความจาก http://xn--22cjab2g6avaicg1jsc6bb8owa6j.com/

คุณสมบัติทั่วไปของแฟลชไดร์ฟ

 

ZAB`]8%6UW9X6%8DLTGGBSB

ความจุของแฟลชไดร์ฟ มีตั้งแต่ 256MB-128GB ความเร้วของการอ่านและเขียน แฟลชไดร์ฟ ทั้วไป อยู่ที่ประมาณ 10MB /sec และอ่านอยู่ที่ 5MB / Sec ทั้งนี้ ความเร็วการอ่านและเขียนของแฟลชไดร์ฟ สามารถสูงสุดได้ถึงการเขียน 30MB/sec และความเร็วการอ่านถึง 15MB /sec

อุณหภูมิในการทำงาน อยู่ที่ 0-60 องศาเซลเซียส หรือ 32-140 ฟาเรนไฮท์

อุณหภูมิในการเก็บรักษาทั่วไป 20-85 องศาเซลเซียส หรือ -4-185 ฟาเรนไฮท์

เนื่องจากแฟลชไดร์ฟสะดวกต่อการพกพา ง่ายต่อการใช้งาน เพียงแค่เสียบเข้ากับ Port USB ของคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้งานได้ทันที โทรศัพท์บางรุ่น มี Port ที่สามารถ ต่อแฟลชไดร์ฟได้โดยตรงเลย การออกแบบแฟลชไดร์ฟต้องคำนึงถึงการใช้งาน เป็นสำคัญ รูปแบบการรับประกันแฟลชไดร์ฟ ของโรงงานพรีเมี่ยมเพอร์เฟค  รับประกันสินค้า 5 ปีเต็มพร้อมอุปกรณ์เสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพวงกุญแจ สายคล้องคอ สร้อยไข่ปลาอื่นๆ

ระบบปฎิบัติการที่รองรับเช่น  Window 7/Vista/Xp/window2000/windows Ready boot,Mac OS/Linux

เราเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแฟลชไดร์ฟ ของชิปแบนด์ดังทั้งหมด เรามีนักออกแบบมืออาชีพ ที่สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และ USB แฟลชไดร์ฟ ตามความต้องการของลูกค้ามากกว่า 2000 ชนิดที่แตกต่างกันของ USB แฟลชไดร์ฟ สำหรับลูกค้าทุกท่าน ใช้เวลาการออกแบบและ การผลิตด่วนได้ถึง 1-2 วัน เจ้าหน้าที่แต่ละแผนกเป็นผู้มีประสบการณ์ เฉพาะด้านในส่วนงานต่างๆ ทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การออกแบบ – การผลิตสินค้า – การตรวจสอบคุณภาพสินค้า  – และการส่งมอบสินค้า ทุกขั้นตอนเพื่อความสะดวกและรวดเร็วและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โรงงานผลิตและจำหน่ายแฟลชไดร์ฟ บริษัท พรีเมี่ยมเพอเฟอร์ จำกัด

ที่มา : www.usb-perfect.com

ร่ม สินค้าที่เหมาะกับทุกโอกาส

Darwin_1824

เมื่อกล่าวถึงร่มหลายคนคงจะนึกถึงช่วงเวลาที่เข้าสู่ฤดูฝน เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เหมาะสำหรับกันฝนมากที่สุด แต่ในยุคสมัยก่อนร่มไม่ได้มีไว้เพื่อกันฝนแต่มีไว้เพื่อกันแดดเท่านั้น ในช่วงยุคสมัยเมโสโปเตเมียที่เป็นถิ่นกำเนิดร่มนั้น พื้นที่แทบทั้งหมดเป็นทะเลทรายที่มีความแห้งแล้งและฝนไม่ค่อยตก ดังนั้นร่มจึงถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กันแดดมากกว่ากันฝนแต่ในยุคปัจจุบันร่มถูกจัดเป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุด เพราะเมื่อต้นไม้ถูกโค่นลงไปจำนวนมากเราจึงต้องพึ่งพาร่มเงาของตัวเอง

ร่มชายหาด-เหลือง-HAD-101-200_533x800

เราจัดว่าร่มเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านส่งเสริมการค้าขายหรือตกแต่งร้านให้เกิดความสวยงามเช่น ร่มชายหาด ที่มีลักษณะเป็นร่มขนาดใหญ่ ด้ามยาวปักไว้บนชายหาด เป็นร่มที่มีสีสันสวยงามแต่ค่อนข้างหนักเพื่อทนต่อแรงลมริมทะเลและร่มแม่ค้า มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกับร่มชายหาดแต่จะไม่เน้นความสวยงาม เน้นใช้งานง่ายพับเก็บสะดวกนอกจากประโยชน์ในด้านการค้าแล้ว เรายังนิยมนำร่มมาทำเป็นของที่ระลึก ของชำร่วยแจกในงานสำคัญ รวมทั้งยังเป็นของแถมเพื่อส่งเสริมการขายหรือประชาสัมพันธ์เพราะร่มเป็นของที่มีราคาไม่สูงมากแต่ถ้าพูดถึงการใช้งานเรียกได้ว่าครบเครื่องเลยทีเดียว เพราะในปัจจุบันเราจะเห็นว่าไม่เฉพาะสาวๆเท่านั้นที่พกร่มเพื่อกันแดดในช่วงกลางวัน แต่หนุ่มๆสมัยนี้ก็พกร่มกันเป็นเรื่องปกติเนื่องจากแสงแดดในประเทศไทยนั้นดูเหมือนจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ การกางร่มเพื่อกันแดดในช่วงกลางวันนอกจากจะกันร้อนได้แล้วยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย บริษัท ทีทีพี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทชื่อดังที่มีลูกค้าให้ความไว้วางใจในการผลิตร่มเพื่อนำไปเป็นของพรีเมี่ยมหลากหลายโอกาส ร่มแต่ละชนิดที่ออกสู่ตลาดนั้นเราจะเน้นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ยังสามารถผลิตร่มได้ตามรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ ที่ผ่านมาจะเห็นว่าทางเรามีลูกค้ามากมายที่ไว้วางใจให้ผลิตร่มเพื่อแจกจ่ายเป็นของพรีเมี่ยมส่งเสริมการขาย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าบริษัทของเราผลิตเฉพาะร่มที่มีคุณภาพสอดคล้องกับราคาที่สมเหตุสมผลแน่นอน ส่วนใครที่อยากสั่งผลิตร่มเพื่อเป็นของที่ระลึกหรือของชำร่วยตามโอกาสต่างๆแต่ยังคิดไม่ตกว่าอยากได้ร่มแบบไหนดีทางเราก็มีรูปแบบของร่มให้เลือกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นร่มพับที่มีทั้งแบบสองตอนและสามตอน เป็นร่มที่มีน้ำหนักเบาเหมาะสำหรับพกพา อีกชนิดคือร่มยาว มีขนาดใหญ่และมีความแข็งแรงคงทนมากกว่าร่มพับ เหมาะสำหรับเป็นร่มติดไว้ตามบ้านหรือในรถ

เห็นได้ชัดว่าร่มเหมาะที่จะใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายโอกาสและยังเป็นของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันอีกด้วย ดังนั้นทางบริษัทของเราจึงให้ความสำคัญในการผลิตร่มให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน มีความแข็งแรงทนทานในการใช้งานและยังเน้นในเรื่องความสวยงามทันสมัยเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกท่าน

ร่มของที่ระลึกที่สวยงามทนทานใช้ได้จริง

10906304-273x308

ของที่ระลึกหรือของชำร่วยเป็นสิ่งของชิ้นเล็กๆที่ใช้ตอบแทนแขกผู้มีเกียรติในงานต่างๆ  ตอนแรกนิยมทำเป็นของตั้งโชว์ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ค่ะ แต่ในปัจจุบันนี้มีของชำร่วยหลายอย่างที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ มีความแข็งแรงทนทาน คุณภาพดี แถมยังมีความสวยงามโดดเด่นอีกด้วย เพราะสั่งทำพิเศษนั่นเองค่ะ  ของที่นิยมทำเป็นของที่ระลึก เช่น แก้วน้ำ ตะเกียบ ร่ม เป็นต้น

Pic-U1-273x308

ร่ม  เป็นของที่ใช้อยู่ตลอดเวลาค่ะ เพราะสามารถใช้กันแดด กันฝนได้  แถมยังพกพาสะดวกด้วยค่ะ  เพราะฉะนั้นจึงมีเจ้าภาพหลายคนเลือกที่จะนำร่มมาเป็นของชำร่วยเพราะมีประโยชน์และใช้งานง่าย ทนทานด้วยค่ะ คนที่กำลังหาบริษัทที่รับผลิตร่ม ที่มีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย สามารถเลือกโครงร่างของร่ม เนื้อผ้าและด้ามจับได้ด้วยค่ะยังสามารถสแกนรูป คำพูด โลโก้ตามที่เจ้าภาพสั่งได้ค่ะ  โดยมีทั้งร่มพับ ร่มแฟชั่น ร่มใส ทุกชิ้นที่ออกจากโรงงานมีการตรวจสอบคุณภาพ และให้คำปรึกษาในเรื่องการออกแบบและความสวยงามค่ะ บริษัทนี้คือ Umbrella Perfect  ค่ะ ถ้าอยากดูผลงานให้คลิกไปที่ www.umbrella-perfect.com  โดยวิธีการสั่งซื้อคือ เมื่อลูกค้าเลือกแบบ อุปกรณ์ต่างๆ แล้วให้แจ้งรายละเอียด โดยโทรมาที่ call  center 02-420-9142  อัตโนมัติ 5คู่สาย   ทีมงานจัดทำ Artwork  วางแบบลงบนสินค้าให้คุณตรวจสอบ พอคุณยืนยันแบบทางโรงงานก็จะเริ่มการผลิตทันที ร่มมีสต๊อคใช้เวลา 2-5 วัน แต่ถ้าผลิตใหม่ก็ใช้เวลาเดือนกว่าๆ เพราะฉะนั้นคุณก็ควรคำนวณระยะเวลาในการเตรียมงานให้ดีค่ะ เพื่อไม่ให้ฉุกละหุกเกินไปค่ะ แต่ทางบริษัท Umbrella Perfect นั้นมีการจัดส่งสินค้าหลายช่องทางค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแมสเซนเจอร์  พนักงานขับรถ  ขนส่งเอกชน  เป็นต้น  เพราะฉะนั้นสินค้าจะจัดส่งได้รวดเร็วแน่นอนค่ะ   ส่วนวิธีการชำระเงินก็ทำได้หลายวิธี เช่น สั่งจ่ายเช็ค  ชำระผ่านทางบัญชีธนาคาร หรือจะจ่ายเงินสดได้ที่บริษัทค่ะ  เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากที่จะใช้ร่มเป็นของที่ระลึกนี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง ที่จะช่วยให้คุณมีของชำร่วยที่สวยงาม คงทน มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา พร้อมรูปแบบที่ต้องการด้วยการให้บริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว ของบริษัท Umbrella Perfect  บริษัทที่พร้อมจะตอบสนองความต้องการของคุณค่ะ

ถ้าใครสนใจที่อยากจะให้บริษัท Umbrella Perfectผลิตร่มเพื่อใช้เป็นของชำร่วยล่ะก็ สามารถติดต่อได้ที่ call center 02-408-1377 (อัตโนมัติ 5 คู่สาย) E-mail : info@umbrella –perfect.com  และ www.umbrella-perfect.comค่ะ  ซึ่งมีการบริการที่มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จัดส่งรวดเร็ว  ร่มสวยงาม โดดเด่นไม่เหมือนใครและมีทีมงานชำนาญงานต้องที่นี่เท่านั้นค่ะ บริษัท Umbrella Perfect   รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับร่มสวยๆของที่นี่แน่นอน

ประวัติของร่มที่คุณไม่เคยรู้

ประวัติของร่มที่คุณไม่เคยรู้

Newest-UV-protection-font-b-umbrella-b-font-font-b-vent-b-font-business-women-brand

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน นอกจากอากาศที่ร้อนระอุแล้ว แสงแดดก็แรงด้วย ทำให้เราต้องหาอุปกรณ์มาบังแดดต่างๆ เพื่อให้ผิวของเราไม่หมองคล้ำ หรือร้อนเกินไป เช่น ร่ม    หมวก หรือสิ่งต่างๆที่สามารถบังแดดได้ วันนี้เราจะมาพูดถึงร่มซึ่งถือเป็นอุปกรณ์กันแดดกันฝนที่สำคัญมากค่ะ

civiv_screenshot2

รู้หรือไม่คะว่าร่มมีความเป็นมาอย่างไร ร่มในภาษาอังกฤษ คือ umbrella  มีรากศัพท์มาจาก Umbra เป็นภาษาละตินนั้นแปลว่า บังแดด โดยในดินแดนเมโสโปเตเมียเป็นเมืองที่ร้อนมากจึงมีการใช้ร่มค่ะ  ในวัฒนธรรมอียิปต์ เชื่อว่าโลกของเรานั้นถูกปกคลุมดังร่มด้วยท้องฟ้าที่เป็นร่างกายของเทพธิดานัต จึงได้มีการสร้างร่มเพื่อเป็นตัวแทนของเทพธิดานั่นเองค่ะ  เพื่อใช้ปกป้องผู้ที่อยู่ใต้ร่มเงานั้นโดยเฉพาะกษัตริย์ และชาวกรีกได้รับวัฒนธรรมมาจากอียิปต์  โดยตอนแรกเชื่อว่าผู้ที่จะใช้ร่มนั้นต้องเป็นผู้มีอำนาจเท่านั้นแต่ต่อมาก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงคือ สามัญชนก็สามารถกางร่มได้ค่ะ  แต่จำกัดในวงผู้หญิงเท่านั้น โดยร่มนั้นทำมาจากกระดาษ และได้มีการนำน้ำมันมาทาที่ร่มก็สามารถกันฝนได้ค่ะ จนในปี ค.ศ.  1750ผู้หญิงก็ยังคงเป็นเพศที่สามารถถือร่มได้เท่านั้นแต่ต่อมามีชายชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อ  โจนาสแฮนเวย์  เป็นชายคนแรกที่ลุกมาพกร่ม จนต่อมาไม่นานชายหรือหญิงในอังกฤษก็นิยมพกร่มกันค่ะ  นี่เป็นประวัติของร่มที่บ่งบอกถึงว่าในสมัยก่อนนอกจากร่มจะใช้บังแดด บังฝนแล้วยังใช้ในเรื่องของความเชื่อและในสังคมที่บ่งบอกเพศด้วยค่ะ  แต่ในปัจจุบันนี้ทุกคนนิยมพกร่มอยู่แล้วค่ะ  เพราะมีประโยชน์หลายอย่างใช้ได้หลายจุดประสงค์ เช่น ใช้กันแดด  กันฝน หรืออาจนำมาใช้ในการแสดงละคร  บางทีก็ใช้เป็นของที่ระลึก หรือสินค้าพรีเมี่ยม เพราะว่า ร่มเป็นสินค้าที่มีราคาไม่แพง มีประโยชน์หลายอย่างจึงได้มีบริษัททำร่มออกมาเป็นสินค้าพรีเมี่ยม เพื่อนำไปเป็นของที่ระลึกหรือของชำร่วย และอาจนำร่มพรีเมี่ยมไปสแกนโลโก้ก็สามารถนำไปโปรโมตแบรนด์ของคุณได้ค่ะ  จะเห็นได้ว่าร่มนั้นเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ใช้ได้หลายวัตถุประสงค์และไม่มีวันตกเทรนด์ค่ะ

วันนี้เราจึงมีบริษัทที่รับทำร่มแบบธรรมและพรีเมี่ยม รวมทั้งมีร่มให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์ และยังสามารถเลือกโครงของร่ม เนื้อผ้า หรือแม้กระทั่งด้ามจับ บริษัทนี้ก็ทำได้ค่ะ บริษัทที่ว่านี้คือ Umbrella  perfect ค่ะ ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ call center 02-408-1377 (อัตโนมัติ 5 คู่สาย) E-mail : info@umbrella –perfect.com  และ www.umbrella-perfect.comค่ะ

ที่มา : http://www.umbrella-perfect.com/

ปากกา เกิดขึ้นได้อย่างไร

Jinhaoด-ล-กซ-คลาสส-กโบราณเง-นม-งกรค-3Dแกะสล-กน-ำพ-ปากกา

ปากกา เป็นอุปกรณ์เครื่องเขียน ที่ใครๆ ก็รู้จักกันดีในปัจจุบันนี้ และเราจำเป็นต้องใช้งานกันเป็นประจำ เด็กๆ ก็ต้องหัดใช้ปากกากันตั้งแต่เริ่มเรียนชั้นประถมตอนปลาย หลังจากเขียนหนังสือด้วยดินสอมาตั้งแต่เด็ก พอขึ้นประถมปลาย คุณครูก็จะให้หันมาใช้ปากกาในการเขียน ดังนั้นเรียกได้ว่าทุกๆ คน คุ้นเคยกับปากกาเป็นอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก แต่เล็กแต่น้อย อย่างไรก็ตาม ทราบกันหรือไม่ว่า ปากกา เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?

กำเนิดเครื่องเขียนที่มีชื่อเรียกว่า “ปากกา”

มนุษย์เริ่มมีการเขียนตัวอักษรมานานหลายพันปี หลังจากเริ่มมีการพัฒนารูปแบบการสื่อสารจากการวาดภาพเพื่อสื่อความหมาย มาเป็นตัวอักษร ที่เขียนได้ง่ายกว่าสะดวกกว่า ใช้เวลาน้อย อย่างไรก็ตาม หลังจากการกำเนิดขึ้นของตัวอักษร สิ่งที่ตามมาก็คือ การพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการเขียน ในยุคแรกๆ คนเราใช้เครื่องเขียนที่มีลักษณะเป็นของที่มีความแข็งขูดขีดลงบนวัสดุ ซึ่งอาจจะเป็นดิน แบบอักษรคูนิฟอร์ม ของชาวสุเมเรียน

250px-cuneiform_script241

ภาพอักษรคูนิฟอร์ม

ที่เกิดขึ้นเมื่อ 4000 ปี ก่อน คริสตกาล ซึ่งเป็นการสร้างรอยขูดขีดลงบนแผ่นดินเหนียว ซึ่งอาจจะเรียกว่าคล้ายการใช้ปากกาก็ได้ แต่ยังไม่มีการใช้น้ำหมึก หรือแม้แต่การเขียนตัวอักษรของชาวกรีกโบราณ ที่ใช้ต้นกกมาทำเป็นเครื่องเขียน โดยการตัดให้มันมีหลายๆ ขนาด เพื่อใช้ในการเขียน แต่ก็เป็นการขีดเขียนลงบน ผิวไม้ที่มีการเคลือบขี้ผึ้งเอาไว้ ยังไม่มีการใช้น้ำหมึก

238_20090320223747images

แต่การเขียนด้วยการใช้หมึกไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะดูเหมือนจะเริ่มต้นจาก 2 แหล่งอารยะธรรมโบราณใหญ่ๆ ที่สำคัญ คือ อียิปต์ กับ จีน ซึ่งใช้พู่กันจุ่มน้ำหมึกในการเขียนตัวอักษร อย่างไรก็ตามมันยังไม่ใช่ปากกา

ปากกา เกิดขึ้นและมีใช้กันอย่างแพร่หลายในอังกฤษ ราวยุคศตวรรษที่ 5 มีการนำเอาขนนกหรือขนห่านมาตัดส่วนปลาย ทำรอยแยก แล้วใช้จุ่มน้ำหมึกเพื่อเขียน นี่เป็นจุดเริ่มต้นของปากกาที่ใช้น้ำหมึกในการเขียน แต่ก็ยังเขียนได้ไม่สะดวกนัก เนื่องจาก ต้องจุ่มน้ำหมึกอยู่ตลอดเวลา จนมาถึงศตวรรษที่ 15คนเราจึงเริ่มพัฒนาหัวของปากกาที่ทำด้วยโลหะ ทำให้มีรอยแยกตรงกลาง เพื่อให้น้ำหมึกติดอยู่ เวลาใช้เขียนจะได้ไม่ต้องจุ่มน้ำหมึกตลอด แต่ก็สามารถเขียนได้ในระยะหนึ่งเท่านั้น

719934-topic-ix-7

 

ภาพปากกาในปัจจุบัน

หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาปากกาขึ้นอีกหลายครั้งหลายรูปแบบ เริ่มจากปากกาหมึกซึม ถูกพัฒนาในสหรัฐอเมริกา ทำให้เขียนได้ง่ายขึ้นเพราะมีน้ำหมึกอยู่ภายในปากกา ไม่จำเป็นต้องจุ่มน้ำหมึก และหลังจากนั้น จึงจะมาถึงยุคของปากการูปแบบที่เรานิยมใช้ในปัจจุบัน นั่นก็คือ ปากกา แบบลูกลื่น ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1900 และมีการพัฒนาเรื่อยมาจนเป็น ปากกาที่เราใช้เขียนกันในปัจจุบันนี้

ที่มา: pen-perfect.com

กว่าจะเป็นแฟลชไดร์ฟให้ใช้ในปัจจุบัน แต่ก่อนเราใช้อะไรมาดูกัน

Floppy_disk_300_dpi

เมื่อเราจะเซฟงาน ในสมัยก่อนเราคงนึกถึงแผ่น floppy disc กันใช่ไหมครับ ผมเองก็นึกถึงแผ่นสี่เหลี่ยมๆรูปทรงใหญ่ๆ ในสมัยที่เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นสีครีม ซึ่งแผ่น disc ชนิดนี้มีความจุที่ค่อนข้างน้อย อย่าได้เรียกว่าน้อยเลยครับ เรียกว่าโคตรน้อยเลยดีกว่า เนื่องจากเทคโนโลยีในสมัยก่อนยังไม่ได้ถูกพัฒนานั่นเอง แต่ในสมัยปัจจุบันนั้นมีการพัฒนาจากเดิมไปมาก จะเห็นได้ว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางอย่างที่มีขนาดใหญ่มากๆ ในปัจจุบันกลายเป็นขนาดเล็กจิ๋วถึงขั้นกับเรียกได้ว่า นี่มันสุดยอดเหลือเกิน ยกตัวอย่างเช่น แฟลชไดร์ฟ หรือ ธัมป์ไดร์ฟนั่นเอง ซึ่งธัมป์ไดร์ฟหรือแฟลชไดร์ฟนั้นมีขนาดเล็กเพียงแค่ 4×5 ซม เพียงเท่านี้เอง ซึ่งถือว่าเล็กมากๆเมื่อเทียบกับแผ่น diskette ที่มีขนาดเท่ากับ1/2 ของกระดาษ A4 ลองนึกภาพตามกันดูนะครับว่าแผ่นใหญ่ขนาดไหน กลับมาเข้าเรื่องต่อ แฟลชไดร์ฟที่ว่ามันคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตัวหนึ่งซึ่งทำมาจากแผงวงจรทางไฟฟ้า มีหน้าที่ในการเก็บบันทึกข้อมูลลงไปในหน่วยความจำ ซึ่งแต่ละแฟลชไดร์ฟก็จะมีขนาดของหน่วยความจำไม่เท่ากัน บางอันก็จะมีขนาดที่มาก หรือบางอันก็จะมีขนาดที่น้อย แล้วแต่บริษัทที่รับผลิต ในสมัยก่อนในยุคก่อนที่แฟลชไดร์ฟจะมา ก็ได้มีวิวัฒนาการ จาก แผ่น floppy disc มาเป็นแผ่น CD DVD เสียก่อนและจากนั้นถึงจะ

cd-vs-dvd

กลายมาเป็นแฟลชไดร์ฟ หน้าตามันก็จะเป็นลักษณะแบบนี้

Image-25-1

จากรูป จะเห็นได้ว่า แฟลชไดร์ฟมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวยาว และมีหัวต่อกับ usb port ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อดีของมันก็คือ มันสามารถที่จะใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ที่มี usb port นั่นเอง เพียงแค่เสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเท่านี้ก็จะสามารถที่จะใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ว่องไว กว่า แผ่น CD DVD หรือ floppy disc หลายเท่าตัว

สุดท้ายอยากจะให้ทุกๆคนเลือกใช้แฟลชไดร์ฟกันที่ความสะดวกสบายเลือกสีสัน หรือยี่ห้อไหนก็ได้ตามที่เราต้องการกันเลยครับ ช่วยรักษาโลกร้อนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเราไม่ต้องเปลี่ยน แฟลชไดร์ฟทุกครั้ง แฟลชไดร์ฟ 1 อัน สามารถใช้งานไดเป็นปีๆ ลบและเขียนใหม่ได้อีกเรื่อยๆ ทำให้เป็นประโยชน์มากๆ

แฟลชไดร์ฟตามท้องตลาดดีหรือไม่? มาดู

แฟลชไดร์ฟที่มีสีสันสวยงาม รูปร่างหน้าตาสวยหรู มันก็อาจจะไม่ต่างอะไรกับ ผู้หญิงที่ภายนอกสวยงามแต่ภายในมืดมน ก็เป็นได้ สวัสดีครับ มาถึงก็ขึ้นต้นมาด้วยคำคมกันเลย วันนี้ผม มิสเตอร์ยูเอสบี จะมาให้ความรู้เรื่องของแฟลชไดร์ฟตามท้องตลาดกันครับ

ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าแฟลชไดร์ฟที่ขายกันตามท้องตลาด รู้ไหมครับว่า แฟลชไดร์ฟเหล่านี้ ยี่ห้อดัง แต่อาจจะไม่ใช่แฟลชไดร์ฟของแท้ก็ได้นะครับ ความจุ 32 GB แต่ราคาเพียง 200 บาท ซึ่งบอกได้เลยว่า ปลอม ชัวร์ ครับ แล้วแฟลชไดร์ฟปลอมมันมีข้อดีข้อเสียยังไงละ เดี๋ยวเรามาดูกัน

แฟลชไดร์ฟที่ดีควรจะเป็นแฟลชไดร์ฟที่ออกมาจากโรงงานที่ผลิตที่ได้รับมาตรฐาน ISO ตามที่องค์กรมมาตรฐานอุตสาหกรรมได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งถามว่าได้รับยากไหมมาตรฐานนี้ ตอบได้เลยว่ายากมากครับ ทุกขั้นตอนการผลิตจะต้องถูกจับผิด และเนื่องจากแฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก ฉะนั้นจะต้องมีความปลอดภัยกับผู้ใช้ด้วย ทีนี้แฟลชไดร์ฟของปลอมจะทำให้มีผลต่อการใช้งานอะไรบ้าง เช่น เมื่อเราใช้แฟลชไดร์ฟปลอมมันจะทำให้เกิดความร้อนสูง พอเกิดความร้อนสูง แผงวงจรที่อยู่ด้านในจะทำงานได้ไม่ดี หรือทำงานผิด อาจทำให้เกิดระเบิดขึ้นมาได้ !!เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว เราจะยังคงใช้มันอยู่ไหมครับ มันไม่คุ้มเลยใช่ไหมครับ แฟลชไดร์ฟระเบิด กับราคาเพียงแค่ 200 หรือจะซื้อ 500 บาท แต่ได้ของแท้และใช้งานได้ 100% ไม่มีปัญหาการะเบิด แต่ถ้าถึงขั้นกับระเบิด บริษัทพวกนี้มักจะรับประกันให้ชดใช้ค่าเสียหายให้อยู่แล้วครับ แต่ต้องเป็นของแท้ถูกต้องจริงๆนะครับ

สำหรับตัวผมเองมีแฟลชไดร์ฟอยู่หลายอัน แต่ทุกอันจะเป็นของแท้ทั้งหมด ผมไม่กล้าใช้ของปลอม อ่อ อีกอย่างหนึ่งนะครับ ของแท้จะทำให้ copy ไฟล์ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีปัญหาติดๆดับๆแน่นอนครับ อนนี้เป็นตัวอย่างแฟลชไดร์ฟจากเว็บ http://www.usb-perfect.com

QQ Photo20160614165847

จะเห็นได้ว่าคุณภาพงานพรีเมี่ยมมากๆ แถมมีโลโก้ติดอยู่ด้วย และรับประกันถึง 5 ปี ทำให้ผมมั่นใจว่าคุณภาพสินค้าที่เจ้านี้ขายค่อนข้างมีคุณภาพสูงถึงได้กล้ารับประกันขนาดนี้

สุดท้ายก็อยากจะให้ทุกๆคนเลือกใช้แฟลชไดร์ฟกันที่ของแท้นะครับ จะได้ปลอดภัยทั้งข้อมูลของคุณ และชีวิต ทรัพย์สิน

ข้อควรปฏิบัติเพื่อยืดอายุการใช้งาน power bank

Figure (1)

ในยุคปัจจุบันที่การใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นไปอย่างแพร่หลาย ทำให้ power bank กลายเป็นอีก Item หนึ่ง ที่ขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าสมาร์ทโฟนจะทำงานได้หลากหลาย แต่ก็แน่นอนว่ากินพลังงานแบตเตอรี่ไม่น้อยเลย จึงทำให้หลายคนต้องชาร์จแบตเตอรี่มากกว่า 1 ครั้งต่อวันจนเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่ง Power bank หรือแบตเตอรี่สำรอง คือ item ที่ตอบโจทย์ของผู้ที่ต้องชาร์จแบตฯโทรศัพท์มือถือบ่อยครั้ง แต่สิ่งของทุกชนิดเมื่อมีการใช้งานก็ต้องมีการดูแลรักษาควบคู่กันไป รวมไปถึงการใช้งานให้ถูกวิธี และใช้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้ power bank ที่เราใช้งานเป็นประจำทุกวัน อยู่กับเราไปได้นานๆ
ในสภาวะปกติ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่นั้น มักจะเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมโดยทั่วไป เช่น อุณหภูมิที่ร้อนจัด ความชื้นจากการเปียกน้ำ และการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ตามระยะเวลาการใช้งาน แต่นอกจากที่กล่าวมานี้ ยังรวมถึงลักษณะและวิธีการใช้งาน power bank ด้วย และเพื่อมิให้ power bank ของคุณต้องเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ มีข้อแนะนำ ดังต่อไปนี้
1) ชาร์จไฟด้วยกระแสไฟฟ้าที่ต่ำ เพื่อกระตุ้นเซลล์ประจุไฟฟ้าในครั้งแรก
อย่างที่เราทราบกันดีว่า เมื่อซื้อมาครั้งแรกนั้น จะต้องทำการชาร์จ power bank ทิ้งไว้ประมาณ 8-12 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นเซลล์ประจุไฟฟ้าให้เต็มทุกเซลล์ ซึ่งการใช้กระแสไฟฟ้าที่ต่ำ เป็นระดับที่เหมาะสมในการชาร์จเป็นเวลานาน ปกติแล้วเรามักจะชาร์จกับไฟบ้าน แต่ถ้าเป็นไปได้ การชาร์จจาก Computer หรือ Notebook จะช่วยรักษาระดับไฟฟ้าได้ดีกว่า แต่จะใช้เวลานานกว่าไฟบ้าน นั่นคือ ประมาณ 24 ชั่วโมง
2) ไม่ควรใช้ power bank ในขณะที่กำลังใช้งานโทรศัพท์มือถือ
ในการใช้งานระหว่างวัน บ่อยครั้งที่มีการใช้งาน power bank ไปพร้อมๆกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือไปด้วย ซึ่งการใช้งานลักษณะนี้เป็นการเพิ่มความร้อนของแบตเตอรี่ทั้งโทรศัพท์มือถือ และความร้อนของ power bank ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
3) ชาร์จ power bank ให้เต็ม แต่ไม่ต้องเกิน
บางท่านอาจเข้าใจว่า เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว ก็ควรจะชาร์จต่อไปอีกสักระยะ เผื่อว่าจะได้ไฟมากขึ้น ซึ่งที่จริงแล้ว power bank นั้นมีความจุเท่ากับที่ระบุไว้ และมีค่า Loss ที่ 30% (ค่าการใช้งานประจุได้จริงจะต่ำกว่าความจุไฟที่ระบุบนตัว power bank 30%) ไม่ว่าจะชาร์จไฟนานแค่ไหนเซลล์แบตเตอรี่ก็สามารถรองรับประจุได้เท่าเดิม ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มความร้อนให้ power bank ของคุณ ซึ่งจะทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้ Power bank บางรุ่นมีระบบในการตัดไฟเมื่อชาร์จเต็มแล้ว จึงไม่ส่งผลให้มีกระแสไฟฟ้าเพิ่มจากที่รองรับได้แต่อย่างใด
4) ไม่ควรใช้ไฟใน power bank จนหมด
power bank ทุกรุ่น ทุกชิ้น มีระดับพลังงานสำรองหรือที่เราเรียกกันว่าเป็นค่า Loss ของ power bank อยู่ที่ 30% ซึ่งทำให้คุณไม่สามารถใช้ประจุได้เต็มจำนวนที่ระบุบนตัว power bank อย่างไรก็ตามเมื่อเราสังเกตเห็นสถานะระดับประจุไฟฟ้าที่ power bank เข้าใกล้ระดับสำรองแล้ว เราก็ควรชาร์จให้เต็มอีกครั้ง เพื่อให้ power bank มีพลังงานเหลือในช่วงที่ไม่ได้ใช้งานด้วย
5) ควรใช้งาน power bank เป็นประจำ เพื่อให้ประจุมีการไหลเวียน
เราจะสังเกตเห็นว่า หากเราไม่ได้ใช้งาน power bank นานๆไฟที่เราเคยชาร์จไว้จะหายไปด้วย นั่นคือ ธรรมชาติของเซลล์แบตเตอรี่มีการคายประจุอยู่ตลอดเวลา และหากไม่มีการใช้งานเลยเซลล์จะคายประจุจนหมด และไม่สามารถบรรจุประจุไฟฟ้าเข้าไปได้อีก ดังนั้น การใช้งานเป็นประจำ ช่วยให้เกิดการไหลเวียนของประจุในเซลล์แบตเตอรี่ และเป็นอีกเหตุผลที่ power bank ต้องมีค่า Loss เพื่อให้เหลือพลังงานของตัว power bank ด้วย

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นนี้ การหลีกเลี่ยงสภาวะที่ไม่เหมาะสม ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยยืดอายุ power bank ได้ อันได้แก่ หลีกเลี่ยงความร้อน และความชื้น โดยอาจเลือกใช้กล่อง หรือถุงสำหรับใส่ power bank ในการเก็บรักษา ซึ่งนอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานแล้ว ยังทำให้ power bank ยังดูใหม่อยู่เสมออีกด้วย

รู้จักกับ power bank

Figure (3)
Power Bank หรือแบตเตอรี่สำรอง ก็คือ แหล่งพลังงานสำรองสำหรับเติม (Charge) ประจุไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟน ซึ่ง Power Bank ถือเป็นหนึ่งในไอเทม (item) ติดกระเป๋าที่เหล่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนแทบทุกคนต้องมี เนื่องมาจากพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เป็นมากกว่าการใช้โทรเข้า-ออก ไม่ว่าจะเป็นการ Chat การเชื่อมต่อ Internet การเล่นเกมส์ รวมไปถึงการใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดการใช้พลังงานในแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น Power Bank จึงต้องพกติดกระเป๋าไว้ใช้ในยามที่โทรศัพท์มือถือแบตฯหมด
Power Bank ที่แปลว่า “ธนาคารพลังงาน” นี้ก็คือแหล่งพลังงานพกพาชนิดหนึ่ง เรามักคุ้นหน้าคุ้นตากับรูปทรงสี่เหลี่ยม หรือเป็นตัวการ์ตูนห่อหุ้มตัวแบตเตอรี่ที่ใช้สำหรับเก็บประจุไฟฟ้า หากทำการจำแนกส่วนประกอบของ Power Bank จะมีส่วนประกอบหลักดังนี้

วัสดุภายนอก: ใช้ห่อหุ้มเพื่อความสวยงาม และความทนทาน ไม่ว่า Power Bank ที่เห็นจะมีรูปร่างหน้าตามุ้งมิ้งน่ารักขนาดไหน ตัววัสดุภายนอกมักจะผลิตด้วยวัสดุทนความร้อน รองรับแรงระเบิดอย่างแน่นหนา
Input Port: ทำหน้าทีรับประจุไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) โดยมีการระบุค่าไฟฟ้าที่ไหลเข้าต่อหน่วยเวลากำกับไว้ที่ Port อยู่ระหว่าง DC 5V – 2.1 A (max) ซึ่งหมายความว่า เมื่อชาร์จไฟบ้านเข้าตัวแบตเตอร์รี่สำรอง (Power Bank) กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าไปเก็บสูงสุดต่อหน่วยเวลา คือ 2.1 แอมป์นั่นเอง โดยอัตราการไหลเข้าของกระแสไฟฟ้าก็จะมีผลต่อระยะเวลาในการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่นั่นเอง
Output Port: ทำหน้าที่คายประจุ หรือจ่ายไฟจาก แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ไปยัง Mobile Device โดยมีการระบุค่าไฟฟ้าที่ไหลเข้าต่อหน่วยเวลากำกับไว้ที่ Port เช่นเดียวกันกับ Input ซึ่งโดยทั่วไป Power Bank จะมี Output 2 Port แบ่งเป็นระดับการจ่ายไฟแบบ 1.0 A กับ 2.1 A หมายความว่า เมื่อทำการชาร์จไฟเข้าโทรศัพท์มือถือ จะมีระดับการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูงสุดต่อหน่วยเวลาอยู่ที่ 1.0A หรือ 2.1 A (ตาม Port ที่เลือกใช้) โดยระดับการจ่ายไฟก็จะมีผลต่อระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้โทรศัพท์มือถือ
แบตเตอรี่: คือส่วนที่ใช้เก็บประจุไฟฟ้า ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด ส่วนใหญ่ทำมาจาก Li-Ion (ลิเธียม ไอออน) หรือ Ni-MH (นิกเกิล เมทัลไฮดราย) แต่ที่นิยมกันคือแบตเตอรี่ที่ผลิตจาก Li-Ion เนื่องจากมีน้ำหนักเบา จุพลังงานได้สูง และสามารถชาร์จประจุได้เรื่อยๆ

นอกจากนี้ภายใน Power Bank ยังมีวงจรควบคุมระบบการจ่ายไฟ เพื่อควบคุมระดับกระแสไฟฟ้าเข้า-ออก รวมถึงการควบคุมความร้อน เพราะหากมีกระแสไฟไหลเข้า-ออกเกินอัตรา หรือเกิดความร้อนมากเกินไป อาจเป็นสาเหตุให้ Power Bank ช็อต หรือเกิดระเบิดได้ ซึ่ง power bank ก็มีระบบการควบคุมโดยการแสดงระดับสถานะของประจุให้ผู้ใช้ทราบ โดยใช้บอกระดับพลังงานคงเหลือในขณะที่ใช้งาน และบอกระดับพลังงานเมื่อทำการชาร์จไฟเข้า เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานอีกด้วย

วิธีการเลือกซื้อ Power Bank

วิธีการเลือกซื้อ Power Bank แบบออนไลน์
ในยุคดิจิตอลแบบในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าการเลือกหาซื้อสินค้านั้นทำได้ง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก หากดูจะตัวเลขสถิติอัตราการเติบโตของร้านค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นเจ้าใหญ่ที่มียอดขายหลักล้านต่อเดือน หรือจะเป็นร้านค้ารายย่อยที่มียอดขายและยอดส่งทุกวันเลยทีเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่าไลฟ์สไตล์ของคนในสมัยนี้เปลี่ยนไป คนส่วนใหญ่ชอบความสะดวกสบายมากกว่าสมัยก่อน และที่สำคัยด้วยปัญหาที่จอดรถหายาก การจราจรที่ติดขัด ดังนั้นการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์จึงเป็นที่นิยมนั่นเอง
หนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมจากการซื้อออนไลน์เป็นอย่างมาก ได้แก่ Power Bank นั่นเอง เนื่องมาจากเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆนั้น ต่างพากันเพิ่มฟีเจอร์การทำงานเพื่อดึงดูดเหล่าสาวกให้แย่งกันซื้อหาจับจองเป็นเจ้าของกันแบบบ้าคลั่ง เมื่อความต้องการใช้ Gadget มากขึ้น Power Bank ก็ขายดีขึ้นมากเป็นเงาตามตัวไปด้วย แต่เราจะเลือกซื้ออย่างไรให้ได้สินค้าที่ดี มีคุณภาพ ไม่ถูกหลอกเรามาดูคำแนะนำกันดีกว่า
• เลือกซื้อสินค้าที่ได้มาตรฐาน เอาง่ายๆคือเลือกยี่ห้อที่คุ้นหูไว้ก่อน ย่อมดีกว่ายี่ห้อ No Name อย่างแน่นอน
• เลือกสินค้าที่มี มอก.เพราะทำให้เรามั่นใจว่าสินค้านั้นได้มาตรฐานการผลิตที่ดีนั่นเอง ที่สำคัญทำให้เรามั่นใจเรื่องของความปลอดภัยอีกด้วย
• อ่านรีวิวของลูกค้าว่าได้สินค้าจริง และสินค้ามีคุณภาพจริงหรือไม่ เพราะข้อมูลเหล่านี้ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
• เปรียบเทียบสินค้าชิ้นเดียวกันจากหลายร้าน วิธีนี้จะทำให้เราได้สินค้าราคาถูกที่สุด และคุ้มค่าที่สุด
• เงื่อนไขการรับประกันสินค้า บางร้านรับประกันเสียเปลี่ยนตัวใหม่ ในขณะที่บางร้านอาจจะต้องรอซ่อม ทำให้เสียเวลาในการใช้งานของเรา
• เงื่อนไขในการชำระสินค้า บางร้านต้องจ่ายเงินก่อน ในขณะที่บางร้าน สามารถเก็บเงินปลายทางได้ ทำให้เรามั่นใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่วิธีนี้จะไม่ถูกโกงนะ ยังไงเลือกร้านที่ไว้ใจได้ดีกว่า

ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำดีๆที่ใช้ก่อนการพิจารณาเลือกซื้อ Power Bank แบบออนไลน์ แทนที่เราจะต้องเสียเวลาเดินเลือกซื้อ หรือเปรียบเทียบราคา ที่สำคัยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินเลือกซื้อเลยแม้ตาน้อย เพราะใช้เวลาในการค้นหาร้านค้าเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ท่านก็สามารถสั่งซื้อสินค้าที่ท่านต้องการได้แล้ว ที่สำคัยร้านค้าส่วนใหญ่นิยมส่งสินค้าแบบ EMS เพื่อให้สินค้าได้ถึงมือของลูกค้าได้เร็วที่สุด โดยที่ไม่ต้องรอลุ้นว่าสินค้าจะมาถึงมือเมื่อไหร่ เอาเป็นว่าหากท่านต้องการความสะดวกจากการซื้อสินค้า แนะนำการซื้อ Power bank แบบออนไลน์ครับ